การนำไปใช้งาน

Silicone Edge Graphics (SEG) • งานพิมพ์ผ้า ขึงขอบซิลิโคน

Image courtesy of www.tvfmedia.com

Silicone Edge Graphics หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า SEG เป็นคำที่ใช้เรียก งานพิมพ์บนผ้าที่มีการเย็บเส้นซิลิโคนตรงขอบทั้ง 4 ด้าน โดยที่ขอบของงานจะถูกสอดด้วยการดันเข้าไปง่ายๆ ในร่องของเฟรม ขนาดของงานพิมพ์จะต้องเหมาะสม เวลาสอดงานทุกด้านเข้าไปในเฟรมแล้ว งานที่ถูกพิมพ์บนผ้าจะเรียบตึงสวยงาม เข้ามาแทนที่การติดตั้งงานกราฟิก โดยเฉพาะงานดิสเพลย์ งานเอ็กซิบิขั่น และงานตกแต่ง ด้วยข้อดีที่มีอยู่หลายประการ เช่น การติดตั้งง่ายและสะดวก (โดยปกติจะติดตั้งได้โดยคนๆ เดียว) ช่วยให้ค่าแรงในการติดตั้งถูกลง เปลี่ยนกราฟิกได้ และเนื่องจากเป็นงานพิมพ์บนผ้า จึงไม่มีเงาสะท้อน ช่วยให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่นในการต้อนรับลูกค้าอีกด้วย

  • Stacks Image 22337
  • Stacks Image 22340
  • Stacks Image 22343
  • Stacks Image 22346
  • Stacks Image 22349
  • Stacks Image 22352
  • Stacks Image 22355
  • Stacks Image 22358

Image courtesy of www.40visuals.com

ส่วนประกอบของ Silicone Edge Graphics ที่สำคัญมีอยู่ 3 ส่วนดังนี้

1)
งานพิมพ์บนผ้า (Fabric)

Silicone Edge Graphics (SEG) เป็นงานพิมพ์บนผ้า ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ จำพวกผ้าโพลีเอสเตอร์ เนื่องจากมีความแข็งแรง ดึงให้ตึงได้ง่าย ไม่เป็นรอยยับ ไม่ยืดตัวหลังจากขึงไว้นานๆ และมีความโปร่ง แสงสามารถทะลุผ่านได้ โดยการพิมพ์งานมักจะถูกพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ Dye-sublimation, UV และ Latex ซึ่งหมึกแต่ละประเภทที่เราเลือกใช้ ต้องเลือกวัสดุพิมพ์ให้เหมาะสมกันด้วย อย่างเช่น ถ้าพิมพ์ด้วยหมึก Dye-sublimation หรือ Latex ก็ควรจะเลือกวัสดุพิมพ์ที่เป็นผ้าที่ยืดตัวได้เล็กน้อย เนื่องจากเวลาสอดซิลิโคนเข้าไปในร่อง ผ้าจะยืดตัวได้ ติดตั้งง่ายขึ้น ถ้าพิมพ์ด้วยหมึก UV ก็ควรจะเป็นหมึกประเภท Flexible UV เพราะว่าจะทำให้พับเก็บงานได้ หมึกไม่แตกตรงรอยพับ และสีไม่หลุดตรงรอยเย็บซิลิโคน

Silicone Edge Graphics (SEG) สามารถใช้งานได้ทั้ง ทึบแสง (ควรเลือกใช้ผ้าที่หนากว่า เพื่อให้ได้งานที่เรียบตึง ดูแข็งแรง) และ โปร่งแสง ใช้งานเป็นกล่องไฟ (ควรเลือกใช้ผ้าที่บางกว่า เพื่อให้แสงผ่านได้)

Stacks Image 22378
Stacks Image 22381

Image courtesy of www.40visuals.com

2)
เส้นซิลิโคน (Silicone strip / Silicone keder)

โดยปกติ เส้นซิลิโคน จะมีความกว้างที่ 12 และ 14 มม. และความหนาที่ 2.0, 2.5 และ 3 มม. มีทั้งสีใส สีขาว สีเทา และสีอื่นๆ ได้ตามที่ต้องการ เส้นซิลิโคนจะมีลักษณะเป็นแถบแบนเรียบ หรืออาจจะมีร่องเป็นฟันก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิตเฟรม มีทั้งแบบไม่มีกาว ใช้สำหรับเย็บติดกับผ้าด้วยด้ายทั่วไป และแบบมีกาว ซึ่งเป็นกาวสำหรับติดกับผ้าโดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่ไม่มีจักรสำหรับเย็บ แต่จะมีราคาสูงกว่ามาก

เหตุผลที่ต้องเป็นวัสดุประเภทซิลิโคน เพราะว่าต้องการความยืดหยุ่นสูงและอายุการใช้งานที่นาน สำหรับงานที่ต้องติดตั้งและถอดออกบ่อยๆ และเก็บงานไว้ใช้นานๆ แต่จะมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีการผลิตโดยใช้วัสดุ PVC ขึ้นมา โดยจะมีราคาถูกกว่าซิลิโคน แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่า และอายุการใช้งานจะสั้นกว่า ถ้าเก็บไว้นานๆ อาจจะกรอบแตกได้ จึงเหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราวหรือแบบใช้แล้วทิ้ง กับงานที่ต้องเปลี่ยนกราฟฟิคบ่อยๆ

เนื่องจากเส้นซิลิโคนที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด มีหลายขนาด หลายความกว้าง และหลายความหนา ส่วนผ้าที่นำมาพิมพ์ก็มีหลายความหนา อัตราการยืดตัวหดตัวต่างกัน เราจึงควรทดสอบกับร่องของเฟรมที่เราจะใช้งานก่อน เพื่อให้ได้งานที่ตึงสวยเวลาที่ติดตั้ง

เนื่องจากขอบของงานพิมพ์บนผ้าที่เย็บติดกับเส้นซิลิโคนจะถูกดันเข้าไปในร่องของเฟรม ส่วนที่เป็นงานพิมพ์จะบังร่องของเฟรมไว้ จะเหลือแต่ขอบอีกด้านของเฟรม ซึ่งเกือบจะมองไม่เห็น เพราะจะมีขนาดแค่เพียง 1.5–2.0 มม. (ตามความหนาของเฟรมอลูมิเนียม) จนทำให้บางครั้งเรียกว่าเป็บแบบ Frameless หรือแบบที่ไม่มีเฟรมก็ได้

Stacks Image 22396

Image courtesy of www.40visuals.com

Stacks Image 22401

Image courtesy of www.matic.es

3)
เฟรม (Frame)

ความน่าสนใจของ Silicone Edge Graphics อยู่ที่น้ำหนักที่เบาและใช้งานง่าย เฟรมที่ใช้ส่วนใหญ่จึงเป็นวัสดุประเภทอลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง มีทั้ง อลูมิเนียมแบบรีดแข็ง สำหรับเฟรมที่ต้องการความแข็งแรง และ อลูมิเนียมแบบอบอ่อน สำหรับเฟรมที่ต้องดัดโค้ง เป็นรูปแบบอื่นๆ นอกจากกรอบสี่เหลี่ยม โดยปกติเฟรมอลูมิเนียมจะมีความหนาอยู่ที่ 1.5–2.0 มม. และจะรีดออกมาเป็นเส้นยาว ประมาณ 6–7 เมตร ใช้อุปกรณ์ ข้อต่อตรง สำหรับเฟรมที่ยาวเกินกว่าเส้นอลูมิเนียม และ ข้อต่อฉาก สำหรับใช้ยึดมุมของเฟรมให้เป็นมุม 90° (ต้องตัดเฟรมเป็นมุม 45° มาต่อกัน)

เฟรมจะมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งแบบใช้งานด้านเดียวและ 2 ด้าน ความหนาของเฟรมมีหลายความหนาตั้งแต่ 2 ซม. ขึ้นไป จนถึง 20 ซม. โดยที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะออกแบบบนพื้นฐานเรื่อง รูปแบบการนำไปใช้งาน การติดตั้งที่รวดเร็วและสะดวก สามารถเปลี่ยนกราฟฟิคได้ง่าย

Stacks Image 22417
Stacks Image 22419
Stacks Image 22422
Stacks Image 22427
Stacks Image 22429
Stacks Image 22432
Stacks Image 22437
Stacks Image 22439
Stacks Image 22442
Stacks Image 22447
Stacks Image 22449
Stacks Image 22452
Stacks Image 22457
Stacks Image 22459
Stacks Image 22462
Stacks Image 22467
Stacks Image 22469
Stacks Image 22472

Image courtesy of www.testrite.com

เนื่องจากงาน Silicone Edge Graphics แข็งแรงและน้ำหนักเบา จึงมีการออกแบบอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับการนำไปใช้งานในหลายรูปแบบ เช่น เฟรมแขวน เฟรมตั้งพื้น และเฟรมยึดติดกับผนังหรือฝ้าเพดาน นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้ร่วมกับ จอมอนิเตอร์ หรือ เคาน์เตอร์ ด้วย

Stacks Image 22482

ตัวยึดน็อตแบบห่วง ใช้แขวนด้วยสลิงจากฝ้าเพดาน

Stacks Image 22489

ชุดขาตั้งพื้น ขนาดกะทัดรัด ยึดกับเฟรมได้โดยตรง

Stacks Image 22496

เจาะรูที่เฟรม สำหรับยึดเฟรมกับผนังหรือฝ้าเพดาน

Image courtesy of www.40visuals.com

การติดตั้งและถอดงาน Silicone Edge Graphics

สำหรับการติดตั้งและถอดงาน Silicone Edge Graphics ก็เป็นเรื่องง่ายมาก แค่เพียงเริ่มสอดซิลิโคนจากตรงมุมทั้ง 4 ด้านก่อน แล้วมาดันตรงกลางให้เข้าในร่องด้วยนิ้วโป้ง ไล่จากตรงกลางไปทั้งฝั่งซ้ายและขวา จนครบทั้ง 4 ด้าน แนะนำให้ล้างมือให้สะอาดหรือควรใส่ถุงมือเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้งานพิมพ์เสียหาย เวลาถอดงานก็แค่ดึงแถบผ้าที่อยู่ตรงงานพิมพ์ออก แล้วค่อยๆ ดึงงานออกมาทั้งหมด

Stacks Image 22513
Stacks Image 22516

เริ่มจากพับตรงมุมของงาน สอดซิลิโคนทั้ง 2 ด้านเข้าไปในเฟรม โดยที่ผ้าอยู่ด้านนอกของเฟรม ดันเข้าไปใ้ห้สุด ทำเหมือนเดิมกับมุมตรงกันข้าม จนครบทุกมุม

Stacks Image 22523
Stacks Image 22526

หลังจากที่ดันมุมเข้าไปครบทั้ง 4 มุมแล้ว ให้กดซิลิโคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างมุมแต่ละมุมให้เข้าไปในเฟรมด้วยนิ้วโป้ง

Stacks Image 22535
Stacks Image 22538

ต่อไปให้รีดซิลิโคนที่เหลือให้เข้าไปในร่องของเฟรม โดยเริ่มจากกึ่งกลางของงานที่ดันเข้าไปแล้ว ออกไปทางซ้ายและขวา ทำจนครบทุกด้าน

Stacks Image 22544

ถ้าต้องการดึงงานพิมพ์ออก ให้ดึงที่แถบผ้าให้เส้นซิลิโคนหลุดออกมา แล้วค่อยๆ ดึงงานออกมาเบาๆ จนครบทุกด้าน

Image courtesy of www.canvascaddy.com

การดูแลรักษางาน Silicone Edge Graphics

สำหรับการเก็บรักษางาน SEG Graphics ควรม้วนเก็บด้านที่พิมพ์เข้าด้านใน แล้วเก็บในถุงพลาสติกที่ปิดปากถุงอย่างมิดชิด ถ้าต้องการทำความสะอาดงานพิมพ์เป็นจุดๆ ให้ใช้ผ้าสีขาวหมาดๆ เช็ดตรงจุดที่ต้องการ ถ้าต้องการซักทั้งผืน ให้ใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาดที่เหมาะสม ซักด้วยน้ำเย็น แบบนุ่มนวล สามารถอบให้แห้งได้ด้วยความร้อนต่ำ รอยยับจะหายไปเองหลังจากขึงบนเฟรมภายใน 2–3 วัน หรืออาจจะใช้เครื่องรีดไอน้ำช่วยเร่งให้หายยับไวขึ้นก็ได้ แต่ห้ามใช้เตารีด และไม่ควรซักแห้งเพราะว่าผ้าจะหด

อุปกรณ์ Silicone Edge Graphics ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา
Stacks Image 22561
Stacks Image 22564

Courtesy of PROFIL Thailand

PROFIL Easy Corner ใช้ร่วมกับ TS FT สามารถใส่แม่เหล็กหรือยึดน็อตติดกับผนังได้ง่ายๆ สำหรับใช้งานเป็น Silicone Edge Graphics

ในปัจจุบันนี้ ตลาดที่มีการเจริญเติบโตสำหรับการพิมพ์ผ้าในระบบดิจิตอล (Soft Signage) ใน 3 อันดับแรกคือ Silicone Edge Graphics (งานขึงผ้า) สำหรับงานแสดงสินค้า, ธงและป้ายสำหรับใช้งานภายนอก และ งานตกแต่งร้านค้าปลีกสำหรับใช้งานภายใน ซึ่ง Silicone Edge Graphics เป็นวิธีการทำงานที่ถูกนำไปใช้มากที่สุด ซึ่งมีข้อดีอยู่หลายประการ เช่น
1. ติดตั้งง่าย วิธีติดตั้งไม่ซับซ้อน มีเพียงวิธีเดียวในการติดตั้ง
2. ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ค่าติดตั้ง และค่าเก็บรักษางาน
3. น้ำหนักเบา ประหยัดเนื้อที่ในการเก็บ ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง
4. งานกราฟฟิคที่ได้ ดูดี ดูมีราคากว่า งานพิมพ์บนผ้าทั่วไป
5. เปลี่ยนกราฟฟิคง่าย สามารถเปลี่ยนได้เองเพียงคนเดียว
6. สามารถใช้เป็นงานกล่องไฟขนาดใหญ่ โดยไม่มีรอยต่อ

ตลาดของงาน Silicone Edge Graphics ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ แบรนด์ใหญ่ๆ ในหลายธุรกิจเริ่มหันมาใช้งานพิมพ์ประเภทนี้มากขึ้น ทั้งธุรกิจโทรศัพท์ แฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ และยังเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และงานตกแต่งภายใน อีกด้วย สำหรับธุรกิจพิมพ์งาน เราคงต้องทำความรู้จักกับงานประเภทนี้ให้มากขึ้น จะได้เข้าใจถึงการใช้งานและข้อจำกัดของงาน Silicone Edge Graphics ที่เริ่มใช้กันในบ้านเรามากขึ้นทุกวัน  

2016 inkjetsociety   11.2016   
1,927