เทคโนโลยีอิงค์เจ็ท

เทคโนโลยีการพิมพ์ HP Latex
    • HP Latex Technology
      hp  เทคโนโลยีการพิมพ์ HP Latex

      เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ HP Latex เป็นการปฏิวัติวงการพิมพ์อิงค์เจ็ทของโลก ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2008 จากการวิจัยค้นคว้ากว่า 10 ปีและการทุ่มทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท HP Latex ติดตั้งและใช้งานกันอยู่ทั่วทุกมุมโลกหลายพันเครื่อง ผลิตงานพิมพ์อิงค์เจ็ทมาแล้วมากกว่า 35 ล้านตารางเมตร

      เทคโนโลยีการพิมพ์ HP Latex สามารถพิมพ์งานอิงค์เจ็ทที่ความละเอียดสูงบนวัสดุมากมายหลายประเภท เช่น ไวนิลแบนเนอร์ สติกเกอร์ ฟิล์ม กระดาษ วอลล์เปเปอร์ และผ้า ซึ่งนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบรวมถึง งานสื่อโฆษณาภายนอก งานแสดงสินค้า งานอีเว้นท์ งานสติกเกอร์ติดรถ และงานตกแต่งอาคาร โดยที่หมึกพิมพ์ HP Latex ที่เป็นหมึก Water-based ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้กับงานภายใน งานดิสเพลย์ และงานวอลล์เปเปอร์ตกแต่งผนังอีกด้วย

      เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ล่าสุดระดับ Industrial รุ่น HP Latex 3000 ในตระกูลเครื่องพิมพ์ Latex จาก HP ใช้หัวพิมพ์ HP 881 Latex Printheads ที่มีจำนวน nozzle กว่า 70,000 nozzle หมึกพิมพ์ 3rd Generation HP 881 Latex Ink และ HP 881 Latex Optimizer จึงเหมาะสำหรับโรงพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ต้องการกำลังการผลิตที่สูงขึ้น โดยที่ HP Latex Optimizer จะช่วยให้หมึกพิมพ์แห้งไวขึ้นและใช้อุณหภูมิในการทำให้หมึกพิมพ์แห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ Latex รุ่นก่อนหน้านี้ และยังมีระบบ DSA (Digital Swath Alignment) ที่จะทำหน้าที่ลดปัญหา Banding ระหว่างพิมพ์ไม่ว่าจะพิมพ์งานที่โหมดการพิมพ์ที่ความเร็วสูงก็ตาม

    • HP 881 Latex Inks
      หมึกพิมพ์ HP Latex 881
      hp  หมึกพิมพ์ HP Latex 881

      หมึกพิมพ์ HP 881 Latex ถูกพัฒนามาเพื่อให้ใช้งานกับหัวพิมพ์ HP 881 Latex ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับ HP 881 Latex Optimizer ช่วยให้สามารถพิมพ์งานคุณภาพที่ความเร็วสูง ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้น หมึกพิมพ์ HP 881 Latex เป็นหมึกพิมพ์ Water-based ที่จะมี Latex Polymer ที่จะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ ที่ทนทานและยืดหยุ่นตัวได้ดี โดยที่งานพิมพ์ที่ได้จะถูกทำให้แห้งสนิทหลังจากการพิมพ์ จึงนำไปใช้งานได้ทันที

      หมึกพิมพ์ HP 881 Latex จะมีอยู่ 6 สีคือ Cyan, Magenta, Yellow, Black, Light Cyan และ Light Magenta ที่ขนาดบรรจุ 5 ลิตรต่อกล่อง มากพอที่จะพิมพ์งานได้ต่อเนื่อง และยังสามารถเปลี่ยนกล่องหมึกพิมพ์ขณะที่พิมพ์งานอยู่ได้อีกด้วย และยังมีระบบป้องกันการใส่กล่องหมึกพิมพ์สลับสีเพื่อลดความผิดพลาด โดยที่กล่องหมึกพิมพ์แต่ละกล่องจะส่งข้อมูลไปที่เครื่องพิมพ์เพื่อตรวจสอบว่าสีที่ใส่ถูกต้องหรือไม่ และเช็คปริมาณหมึกพิมพ์ที่เหลือโดยแสดงผลทางหน้าจอควบคุม ไม่ว่าจะเป็นหมึกกล่องใหม่หรือกล่องที่ใช้ไปแล้วอย่างถูกต้องแม่นยำ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคำนวณปริมาณหมึกที่จะใช้พิมพ์กับงานที่ต้องการจะพิมพ์ได้

      หมึกพิมพ์ HP 881 Latex ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วนคือ

        ส่วนที่เป็นของเหลว (Liquid Components)

      Ink Vehicle เป็นส่วนประกอบที่เป็นของเหลว ไม่มีสี ที่อยู่ในหมึกพิมพ์ ทำหน้าที่ให้หยดหมึกพ่นออกมาจากหัวพิมพ์อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นตัวนำส่วนที่เป็นของแข็ง (Solid Components) ในหมึกพิมพ์ไปยังผิวของวัสดุพิมพ์งาน โดยที่ Ink Vehicle จะระเหยออกไปโดยความร้อน ส่วนประกอบหลักๆ ใน Ink Vehicle ได้แก่ Water (น้ำ), Humectants (สารช่วยเพิ่มความชื้น), Wetting Agents (สารที่ทำให้เปียกชุ่ม) และ Additives (สารเพิ่มเติมอื่นๆ ที่เป็นของเหลว)

      น้ำ เป็นส่วนประกอบที่ทำให้หมึกพิมพ์ HP Latex มีแรงตึงผิวสูง ความหนืดต่ำ และกลายเป็นฟองอากาศได้ง่ายขึ้น ซึ่งจำเป็นต่อหัวพิมพ์ระบบ Thermal Inkjet ของ HP ในแต่ละหยดหมึก ฟองอากาศเหล่านี้จะเกิดขึ้นในเวลาแค่เพียง 10 microseconds (10/1,000,000 วินาที) ภายในหัวพิมพ์ ช่วยดันหยดหมึกออกมาทาง nozzle ของหัวพิมพ์ด้วยความสม่ำเสมอ

      หมึกพิมพ์ HP Latex มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 60% ซึ่งน้ำจะไม่มีสารที่ไม่มีอันตราย ไม่จำเป็นต้องระวังในเรื่องการเก็บรักษา ไม่มีสารที่เป็นพิษ ไม่ลุกเป็นไฟ และไม่ติดไฟง่าย จึงแตกต่างจากหมึกพิมพ์ Solvent ทั่วไป เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จึงไม่ต้องการการดูแลรักษาหัวพิมพ์ทุกๆ วัน

      น้ำที่เป็นส่วนประกอบหลัก ไม่สามารถที่จะทำให้หมึกพิมพ์ HP Latex พิมพ์งานลงบนวัสดุที่หลากหลายประเภทได้ จึงจำเป็นต้องมีการเติมสารประกอบอื่นๆ ลงในหมึกพิมพ์อย่างเช่น Humectants, Wetting agents และ Additives เพื่อช่วยควบคุมหยดหมึกและทำหน้าที่อีกหลายอย่าง เช่น

      • ลดแรงตึงผิวของหมึก ช่วยให้ภายในหัวพิมพ์ไม่แห้ง ทำให้หัวพิมพ์พร้อมที่จะทำงานได้ตลอดเวลา
      • ช่วยรักษา Drop Generator (ตัวสร้างหยดหมึก) ให้สะอาด สามารถดันหยดหมึกออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ
      • ช่วยไม่ให้ nozzle ของหัวพิมพ์แห้ง ทำให้หัวพิมพ์ไม่อุดตัน

      ตัวทำความร้อนใน Print zone จะทำให้น้ำระเหยออกไป Humectants และ Wetting agents ที่ยังเหลืออยู่ จะทำให้ผิวหน้าของวัสดุนุ่มลง ช่วยให้หมึกพิมพ์ยึดเกาะได้ดีขึ้น ส่วนของเหลวอื่นๆ ที่ยังเหลือในชั้นฟิล์มของหมึกพิมพ์ จะถูกทำให้ระเหยออกไปจนหมดในส่วนของ Curing zone งานพิมพ์ที่ได้จะแห้งสนิททันทีพร้อมใช้งาน

        ส่วนที่เป็นของแข็ง (Solid Components)

      ในหมึกพิมพ์ HP Latex ส่วนที่เป็นของแข็งจะลอยตัวอยู่ใน Ink Vehicle ประกอบไปด้วย Pigment (เนื้อสี Pigment จะลอยตัวอยู่ แตกต่างจาก Dye ที่จะละลายตัวอยู่ใน Ink Vehicle), Latex polymer และ Anti-scratch agent ในขณะที่ส่วนที่เป็นของเหลวจะถูกทำให้ระเหยออกไปโดยความร้อน ส่วนที่เป็นของแข็งในหมึกพิมพ์จะยังคงอยู่บนวัสดุ เพื่อประกอบกันให้เป็นภาพพิมพ์ตามที่ต้องการ

      Stacks Image 23200

      Pigment คือเนื้อสีที่อยู่ในหมึกพิมพ์ HP Latex โดยที่ผิวของ Pigment เหล่านี้จะเป็นค่าประจุลบ (Anionic) จึงมีแรงผลักระหว่างกัน ทำให้ไม่เกิดการเกาะตัวกันเอง

      ถ้า Pigment เกาะตัวกันเองในระบบท่อนำหมึกหรือหัวพิมพ์ ก็จะทำให้ท่อนำหมึกและหัวพิมพ์เกิดการอุดตันได้ แต่เราต้องการให้ Pigment เกาะตัวกันอย่างเร็วและหยุดอยู่กับที่บนงานที่เราพิมพ์ เพื่อให้ได้คุณภาพของงานพิมพ์ที่หมึกพิมพ์เป็นรูปร่างกลม ไม่บูดเบี้ยว ในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 เราจะทำให้ Pigment เกาะตัวกันโดยอาศัย HP Optimizer และความร้อนในส่วนของ Print zone

      Latex polymer เป็นหัวใจสำคัญของหมึกพิมพ์ HP Latex ซึ่งจะรวมตัวกันเป็นฟิล์มบางๆ บนผิวของวัสดุ เพื่อปกป้อง Pigment ของสีไว้ คำว่า Latex ในที่นี้จะหมายถึง การกระจายตัวของอนุภาคโพลีเมอร์ซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบ ซึ่งแตกต่างจาก ความหมายของ Latex ที่ใช้กับวัสดุ อย่างเช่น Latex Rubber ที่หมายถึง ยางที่ได้จากธรรมชาติ (ยางพารา) ซึ่ง Latex polymer ที่ใช้ในหมึกพิมพ์ HP Latex จะเป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์

      Anti-scratch agent ถูกเพิ่มเข้ามาในหมึกพิมพ์ HP 881 Latex เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นบนผิวของวัสดุที่พิมพ์ ป้องกันการขูดขีดที่จะทำลายชั้นของหมึกพิมพ์ โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อการนำงานพิมพ์ไปเคลือบฟิล์มหรือซีมต่อกัน

      HP Latex Optimizer
      hp  HP Latex Optimizer

      HP Latex Optimizer หรือที่เรียกว่า OP เป็นส่วนประกอบใหม่ของหมึกพิมพ์ HP Latex โดยเริ่มมีใช้ในหมึกพิมพ์ HP 881 Latex ซึ่งประกอบไปด้วย โพลีเมอร์ประจุบวก (Positively-charged Polymers – Cationic) ที่อยู่ในรูปของเหลวที่ไม่มีสี และเป็นส่วนประกอบหนึ่งของหมึกพิมพ์

      Stacks Image 23212
      ภาพประกอบ แสดงถึง Cationic polymer ใน HP Latex Optimizer

      HP Latex Optimizer จะถูกพ่นออกมาด้วยหัวพิมพ์ HP 881 Latex ในปริมาณ 10-15% ของปริมาณหมึกพิมพ์ที่ใช้ทั้งหมด โดยที่ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าได้เอง ตามความเหมาะสมของวัสดุแต่ละชนิดและโหมดการพิมพ์แต่ละโหมด ซึ่งจะไม่มีผลต่อราคาต้นทุนการพิมพ์งาน บนงานพิมพ์ Cationic ประจุบวก จะรวมตัวกันซึมเข้าไปอยู่ใน Coat (Pigment ที่เป็นประจุลบ) โดยที่ผิวของ Pigment สีที่ทำปฏิกิริยาบวกกับลบ จะกลายค่าเป็นกลาง ทำให้มีแรงยึดเกาะของเนื้อสีบนผิวของวัสดุพิมพ์งาน ทำให้สามารถพิมพ์งานตัวหนังสือขนาดเล็กและรายละเอียดของรูปภาพได้ดีโดยเฉพาะเวลาที่พิมพ์ที่ความเร็วสูง

      Stacks Image 23218
      ภาพประกอบ แสดงถึง HP Latex Optimizer ที่ทำให้ค่าประจุเป็นกลาง Pigment ของสีจึงยึดเกาะตัวกันได้

      ในหมึกพิมพ์ HP Latex รุ่นก่อนหน้านี้ จะอาศัยความร้อนที่สูงมากจากส่วนของการพิมพ์ทำให้หมึกพิมพ์หยุดอยู่กับที่บนวัสดุพิมพ์งาน ทำให้ส่วนประกอบที่เป็นน้ำในหมึกพิมพ์ระเหยออกไป ค่าความหนืดของหมึกพิมพ์ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้หมึกกลายเป็นฟิล์มบางๆ แต่ HP Latex Optimizer จะทำหน้าที่นี้แทนโดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี โดยการใช้ค่าประจุที่เป็นกลาง ทำให้หมึกพิมพ์เกาะตัวอยู่บนวัสดุพิมพ์งาน โดยไม่ต้องอาศัยการระเหยของน้ำอย่างรวดเร็ว จึงใช้ความร้อนในส่วนของการพิมพ์และการทำให้หมึกพิมพ์แห้งน้อยกว่าระบบการพิมพ์ Latex รุ่นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ใช้กำลังไฟน้อยลง (จากเดิม 15 kW เหลือเพียง 9–11 kW) และประหยัดต้นทุนในการพิมพ์มากขึ้น

      Stacks Image 23224
      ภาพประกอบ แสดงถึงการทำงานของ HP Latex Optimizer ที่ทำให้ Pigment ของสีหยุดอยู่กับที่บนวัสดุพิมพ์งาน
      (a) หัวพิมพ์ HP 881 จะพ่น HP Latex Optimizer เฉพาะพื้นที่ที่ต้องการจะพิมพ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่จะมีหมึกพิมพ์มาพิมพ์
      (b) ชั้นบางๆ ของหมึกพิมพ์ HP 881 Latex จะถูกพิมพ์ทับลงบนพื้นที่ที่ถูกพิมพ์ด้วย HP Latex Optimizer ก่อนหน้านี้
      (c) Latex Optimizer โพลีเมอร์ดูดซึมเข้ากับ Pigment ของสี โดยค่าประจุที่เป็นกลางจากปฏิกิริยาของประจุบวก-ลบ
      (d) Pigment ของสีจะยึดเกาะตัวกัน และหยุดอยู่กับที่บนพื้นผิวของวัสดุพิมพ์งาน

      ระหว่างขั้นตอนทั้งหมดข้างต้น วัสดุพิมพ์งานจะถูกทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจากหลอดไฟ IR และลมร้อนที่อยู่ในชุดแท่นหัวพิมพ์

      Curing Latex Inks
      hp  การทำให้หมึกพิมพ์ Latex แห้ง

      เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะมีระบบการทำความร้อนเพื่อทำให้งานพิมพ์แห้งทันทีพร้อมใช้งานอยู่ 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Print Zone Dryer (ตรงชุดหัวพิมพ์ ส่วนของการพิมพ์งาน) และ Curing Zone Dryer (ทำให้แห้งสนิทหลังจากการพิมพ์)

      Stacks Image 23239
      ภาพประกอบ แสดงถึงขั้นตอนการทำให้หมึกพิมพ์ HP Latex แห้ง
      (a) น้ำจะระเหยออกจากชั้นหมึกพิมพ์ใน Print zone ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ Pigment ของสีทำปฏิกิริยากับ OP โพลีเมอร์
      (b) ของเหลวอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบในหมึกพิมพ์จะระเหยออกไปจากความร้อนใน Curing zone
      (c) หมึกพิมพ์จะกลายเป็นชั้นฟิล์มติดกับผิวของวัสดุเพื่อปกป้อง Pigment ของสีไว้

      ตารางแสดงถึงค่าอุณหภูมิที่ใช้ใน Print zone setting และ Curing zone setting ของเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000

      Print zone setting Curing zone setting
      สติกเกอร์ 40 °C 80 – 90 °C
      ไวนิลแบนเนอร์ 40 °C 80 – 85 °C
      ฟิล์มตู้ไฟ PET 40 °C 85 – 90 °C

      เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องพิมพ์ HP Latex 850 ที่ใช้หมึกพิมพ์ HP LX610 (ที่ไม่มี HP Latex Optimizer) ความร้อนที่ใช้ในส่วนของ Print zone และ Curing Zone ของเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะน้อยลงประมาณ 10 – 20 °C เรื่องของวัสดุที่มีปัญหากับเรื่องความร้อน (วัสดุโดนความร้อนแล้วบิดงอ เป็นคลื่น) โดยเฉพาะวัสดุประเภท สติกเกอร์ ไวนิลแบนเนอร์ และฟิล์มตู้ไฟ ในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จึงหมดไป

      กราฟ เปรียบเทียบค่าอุณหภูมิในการทำให้หมึกพิมพ์แห้งระหว่างเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 และ HP Latex 850

      Stacks Image 23255

      กราฟข้างต้นแสดงถึงอุณหภูมิที่ใช้ในการทำให้หมึกพิมพ์แห้งและเวลาในการพิมพ์งานของเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 และ HP Latex 850 โดยพิมพ์ที่โหมด Indoor Quality Mode (6-pass 6-color 100%) เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 พิมพ์ที่ความเร็ว 77 ตารางเมตร/ชั่วโมง และเครื่องพิมพ์ HP Latex 850 พิมพ์ที่ความเร็ว 45 ตารางเมตร/ชั่วโมง

      HP 881 Ink Durability
      hp  ความทนทานของหมึกพิมพ์ Latex

      หมึกพิมพ์ HP 881 Latex สามารถใช้พิมพ์งานได้หลากหลายประเภททั้งงาน Outdoor และ Indoor โดยที่งานพิมพ์บนวัสดุไวนิลแบนเนอร์สามารถนำไปซีมต่อได้ทันทีหลังจากที่พิมพ์เสร็จ งานพิมพ์บนวัสดุสติกเกอร์ก็สามารถนำไปเคลือบด้วยฟิล์มเคลือบได้ทันทีเช่นกัน หรือจะใช้งานโดยไม่ต้องเคลือบสำหรับงานระยะสั้นก็ได้ หมึกพิมพ์ Latex มีความยืดหยุ่นตัวสูง งานพิมพ์บนสติกเกอร์จึงนำไปติดบนพื้นผิวโค้งลอนเว้าได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับการนำสติกเกอร์ไปติดบนตัวรถได้อย่างไม่มีปัญหา

      งานพิมพ์บนวัสดุสติกเกอร์และไวนิลแบนเนอร์ที่พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ HP 881 Latex ยังทนทานต่อการขูดขีดได้ เช่นเดียวกับการพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ Solvent เพราะในหมึก Latex มีส่วนผสมของ Anti-scratch Agent ที่จะทำงานได้ดีกับวัสดุพิมพ์งานที่ผิวเรียบ ไม่ขรุขระ

      อายุการใช้งานภายนอก (Outdoor) ของหมึกพิมพ์ HP 881 Latex อยู่ที่ 3 ปี (โดยไม่มีการเคลือบ) และ 5 ปี (ถ้ามีการเคลือบ) และอายุการใช้งานภายใน (Indoor) ของหมึกพิมพ์ HP 881 Latex อยู่ที่ 5 ปี (โดยไม่มีการเคลือบ) และ 10 ปี (ถ้ามีการเคลือบ)

      อายุการใช้งานของหมึกพิมพ์ เป็นค่าที่ได้จากการทดสอบของ HP Image Permanence Lab อายุการใช้งาน Outdoor ทดสอบตามมาตรฐาน SAE J2527 โดยการพิมพ์หมึกพิมพ์ HP Latex บนวัสดุหลายประเภท รวมถึงวัสดุของ HP นำไปตั้งกลางแจ้งในแนวตั้ง ที่มีการจำลองสภาวะอากาศทั้งร้อนและเย็น รวมถึงการทดสอบกลางแจ้งและเปียกน้ำ ผลการทดสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างออกไป สำหรับการเคลือบ ทำการทดสอบโดยการเคลือบงานพิมพ์ด้วยฟิล์ม HP Clear Gloss Cast (ฟิล์มแบบ Cast) ทั้งนี้ อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึง หมึกพิมพ์ วัสดุพิมพ์งาน และฟิล์มเคลือบ ที่ต้องมีอายุการใช้งานเท่าเทียมกันเท่านั้น
      HP 881 Color Gamut
      hp  ขอบเขตของสีที่พิมพ์ได้

      เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 ใช้หมึกพิมพ์ HP 881 Latex จำนวน 6 สี Cyan, Magenta, yellow, Black, Light Cyan และ Light Magenta สามารถพิมพ์งานได้ขอบเขตของสี (Color Gamut) ที่กว้างกว่าเครื่องพิมพ์ UV และ Solvent ทั่วไป

      ภาพประกอบ แสดงถึงขอบเขตของสีที่พิมพ์จากหมึกพิมพ์ที่แตกต่างกัน 3 ประเภทของ HP โดยเปรียบเทียบจากค่า a* – b* ใน CIELab Color Space ซึ่งพิมพ์โดยค่า Absolute Colorimetric rendering intent บนวัสดุสติกเกอร์

      Stacks Image 23275

      หมึกพิมพ์ Latex โดยใช้หมึกพิมพ์ HP 881 ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 มีขอบเขตของสีที่กว้างกว่า โดยค่า L* min (black-point) ได้ถึงค่า 7 โดยพิมพ์ที่โหมดการพิมพ์ 6-pass 6-color 100%

      หมึกพิมพ์ UV-curable โดยใช้หมึกพิมพ์ HP XP222 Scitex ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ XP2700


      หมึกพิมพ์ Hard Solvent โดยใช้หมึกพิมพ์ HP XL300 Supreme Scitex ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ XL1500

      Environmental-friendly
      hp  หมึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

      เพราะว่าหมึกพิมพ์ HP 881 Latex และ HP Latex Optimizer เป็นหมึกพิมพ์แบบ Water-based จึงแตกต่างจากหมึกพิมพ์ระบบอื่น โดยที่หมีกพิมพ์ Latex เป็นหมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานภายในและงานตกแต่งผนังได้

      หมึกพิมพ์ HP Latex ได้รับมาตรฐาน UL ECOLOGO Certified ซึ่งหมายถึง เป็นสารที่ไม่มีอันตราย ไม่ก่อมลพิษทางอากาศ ไม่ลุกเป็นไฟ และไม่ติดไฟง่าย งานที่พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ HP 881 Latex จึงไม่มีกลิ่นและห้องที่ติดตั้งเครื่องพิมพ์ไม่จำเป็นต้องมีระบบฟอกอากาศ

      Stacks Image 23288

      หมึกพิมพ์ HP Latex ได้รับมาตรฐาน GREENGUARD Children & Schools CertifiedSM โดยวัสดุวอลล์เปเปอร์ HP PVC-free Wallpaper ที่พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ HP Latex 881 ได้ระดับ AgBB และเกรด A+ ตามข้อกำหนดของ Émissions dans l´air intérieur

      Stacks Image 23295
    • HP 881 Printheads
      HP 881 Printheads
      hp  หัวพิมพ์ HP Latex 881

      หัวพิมพ์ HP 881 เป็นหัวพิมพ์ Latex รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนามาจากการออกแบบหัวพิมพ์ที่พิสูจน์แล้วว่าทำงานได้เสถียรและพิมพ์งานได้คุณภาพสูงจากเครื่องพิมพ์รุ่นก่อน หัวพิมพ์ HP 881 เป็นหัวพิมพ์สำหรับหมึกพิมพ์ 2 สีใน 1 หัวพิมพ์ มีแถวของ nozzle ที่ใช้พ่นหมึก 2 แถวๆ ละ 5,280 nozzle มีจำนวน nozzle ถึง 1,200 nozzle ต่อ 1 นิ้ว สามารถพิมพ์ได้ที่ความกว้าง 4.25 นิ้ว (108 มม.) ต่อการพิมพ์ 1 แถบ และขนาดของหยดหมึกพิมพ์แค่เพียง 12pl

      Stacks Image 23311
      Print Carriage
      hp  ชุดแท่นหัวพิมพ์

      ชุดแท่นหัวพิมพ์ในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 ประกอบไปด้วย หัวพิมพ์ (7 หัว), Print zone dryer และ ชุดดูดละอองหมึก

      Stacks Image 23320

      หัวพิมพ์ HP 881 Latex จำนวน 7 หัวพิมพ์ (จำนวน nozzle มากกว่า 70,000 nozzle) โดยแบ่งเป็น หัวพิมพ์ OP (Latex Optimizer) 1 หัวพิมพ์, หัวพิมพ์สี K+C (Black+Cyan) 2 หัวพิมพ์, หัวพิมพ์สี M+Y (Magenta+Yellow) 2 หัวพิมพ์ และ หัวพิมพ์สี lc+lm (Light Cyan + Light Magenta) 2 หัวพิมพ์

      Print zone dryer ชุดทำความร้อนสำหรับทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง Latex Optimizer กับหมึกพิมพ์ Latex

      ชุดดูดละอองหมึก Aerosol extraction module ในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะมีชุดดูดละอองหมึกจำนวน 2 ชุด (ด้านซ้าย-ขวาของหัวพิมพ์ที่ใช้พิมพ์หมึกสี) ทำงานโดยการดูดอากาศที่อยู่ในช่องว่างระหว่าง ชุดแท่นหัวพิมพ์ กับ วัสดุพิมพ์งาน เพื่อคอยดูดละอองหมึกเล็กๆ ระหว่างที่หัวพิมพ์พ่นหมึกออกมา ป้องกันไม่ให้ละอองเหล่านั้นไปเกาะติดอยู่ใต้ชุดแท่นหัวพิมพ์และตรงขอบหัวพิมพ์ พัดลมจะดูดอากาศและละอองหมึกผ่านแผ่นกรองก่อนที่จะเป่าลมออกทางด้านบน (มีแผ่นกรองจำนวน 2 ชิ้น ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแผ่นกรองละอองหมึกได้เอง โดยเปลี่ยนเป็นประจำ ทุกๆ เดือน)

      เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 ใช้สายสัญญาณ Fiber-optic แค่เพียงเส้นเดียว ในการส่งสัญญาณข้อมูลไปที่ชุดแท่นหัวพิมพ์และรับข้อมูลส่งกลับไปที่ชุดควบคุมแท่นหัวพิมพ์ โดยที่สาย Fiber-optic จะมีชุดนำสัญญาณ 5 channel รับ-ส่งข้อมูลที่ความเร็ว 2.5 gigabits/sec เพื่อส่งสัญญาณข้อมูลไปที่เครื่องพิมพ์ที่ 10 gigabits/sec และรับข้อมูลกลับมาที่ชุดควบคุมที่ 2.5 gigabits/sec

      สาย Fiber-optic แค่เพียงเส้นเดียวนี้ถูกนำมาใช้แทนสายส่งสัญญาณหัวพิมพ์แบบเดิมถึง 7 เส้นสำหรับหัวพิมพ์แต่ละหัว ทำให้มีน้ำหนักเบา ประหยัดต้นทุน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และไม่ก่อสัญญาณรบกวนไปยังระบบอื่นๆอีกด้วย

      สำหรับเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 Latex Optimizer (OP) จะถูกพิมพ์ก่อนหมึกพิมพ์ที่เป็นสี โดยที่แถบพิมพ์ของ OP จะถูกพิมพ์ด้วยหัวพิมพ์ HP 881 Latex 1 หัว แต่หมึกพิมพ์ที่เป็นสีจะถูกพิมพ์ด้วยหัวพิมพ์ HP 881 Latex ที่ใช้พิมพ์หมึกสี สีละ 2 หัวพิมพ์ ซึ่งมากขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ Latex 820 และ 850 จึงพิมพ์งานได้ที่ความเร็ว 77 ตารางเมตร/ชั่วโมง ที่โหมด Indoor Quality (6-pass 6-color 100%) และที่ความเร็ว 120 ตารางเมตร/ชั่วโมง ที่โหมด Outdoor Quality (3-pass 6-color 80%)

      Drying & Curing Systems
      hp  ระบบการทำให้หมึกพิมพ์แห้ง

      หมึกพิมพ์ HP Latex ไม่สามารถแห้งได้เอง แต่ต้องทำให้แห้งจากเครื่องพิมพ์ ด้วยระบบ Drying และ Curing ของเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะทำให้งานพิมพ์แห้งทันทีพร้อมใช้งาน หลังจากที่พิมพ์งานเสร็จ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ HP Latex ที่พัฒนามาเป็นรุ่นที่ 3 แล้วในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 โดยการใช้ HP Latex Optimizer (OP) จะช่วยลดความร้อนที่ใช้ในการทำให้หมึกพิมพ์แห้ง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องพิมพ์ HP Latex 850 ที่เป็นเทคโนโลยี Latex รุ่นที่ 2 เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะใช้กำลังไฟน้อยลงกว่า 50% ต่อการพิมพ์งาน 1 ตารางเมตร (คำนวณจากการพิมพ์งานด้วยเครื่องพิมพ์ HP Latex 850 ที่ความเร็ว 45 ตารางเมตร/ชั่วโมงและ HP Latex 3000 ที่ 77 ตารางเมตร/ชั่วโมง)

      ระบบการทำให้หมึกพิมพ์แห้งของเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 ประกอบด้วยส่วนที่ทำให้แห้ง 2 ส่วนหลักๆ คือ

        Print zone drying

      Print zone คือบริเวณที่ชุดแท่นหัวพิมพ์ที่ HP Latex Optimizer และหมึกพิมพ์ HP Latex จะถูกพ่นออกมาที่วัสดุพิมพ์งาน เครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จะมีชุดทำความร้อนในส่วนของ Print zone อยู่ด้านข้างของชุดแท่นหัวพิมพ์ ทั้งด้านซ้าย (Leading) และด้านขวา (Trailing) โดยการใช้หลอดไฟทำความร้อนระบบ NIR (near-IR) ที่วางตำแหน่งให้ใกล้กับวัสดุพิมพ์งานมากที่สุด ลมร้อนจะถูกเป่าผ่านหลอดไฟทำความร้อนลงมาที่ผิวของวัสดุพิมพ์งานโดยตรง หลอดไฟทำความร้อนจะทำงานเปิด-ปิดเองทุกครั้งตามที่ต้องการ ช่วยประหยัดต้นทุนค่าไฟได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยลดปัญหาเรื่องอุณหภูมิของหัวพิมพ์และความร้อนที่บริเวณแผงควบคุมชุดหัวพิมพ์ได้อีกด้วย เมื่อเปรีบบเทียบกับการทำงานของเครื่องพิมพ์ Latex รุ่นเดิมที่จะมีลมร้อนเกิดขึ้นภายในชุดหัวพิมพ์

      Stacks Image 23337

      Print zone dryer จะมีความกว้างเท่ากับความกว้างของชุดแท่นหัวพิมพ์ โดยที่ลมจะถูกดูดผ่านแผ่นกรองอากาศจากทางด้านบนด้วยพัดลมจำนวน 8 ตัว (ด้านละ 4 ตัว) เพื่อเพิ่มแรงดันอากาศที่อยู่ภายใน Plenum (ช่องเก็บอากาศเพื่อทำให้ลมพ่นออกไปได้อย่างสม่ำเสมอ) หลอดไฟ NIR จำนวน 2 หลอด (ด้านละ 2 หลอด) จะทำความร้อนผ่านช่องกระจกด้านล่างไปที่ผิวของวัสดุพิมพ์งาน หลังจากที่หลอดไฟถูกปิด ลมร้อนที่อยู่ใน Plenum จะถูกเป่าออกทางด้านข้างของชุดแท่นหัวพิมพ์ไปที่วัสดุตลอดหน้ากว้างของวัสดุที่ความเร็ว 12 เมตร/วินาที

      ชุดทำความร้อนจะทำงานทั้งขาไปและกลับ ตลอดหน้ากว้างของวัสดุพิมพ์งาน โดยที่หลอดไฟทำความร้อนจะทำงานที่กำลังไฟต่างกัน (สูงสุดไม่เกิน 3 kW) ใน 3 โหมด เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟและช่วยประหยัดไฟ

      • standby หลอดไฟจะดับลง เมื่อถึงตำแหน่งขอบของวัสดุแต่ละข้าง
      • low หลอดไฟจะทำงานที่กำลังต่ำ เวลาที่ชุดแท่นหัวพิมพ์วิ่งขากลับ (Trailing)
      • high หลอดไฟจะทำงานที่กำลังสูง เวลาที่ชุดแท่นหัวพิมพ์วิ่งขาไป (Leading)

      หลอดไฟทำความร้อนในส่วนของ Print zone ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับหมึกพิมพ์ HP 881 Latex เท่านั้น ถ้ามีการใช้หมึกพิมพ์อื่น หลอดไฟจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ

        Curing zone drying

      ส่วนประกอบของหมึกพิมพ์ที่เป็นน้ำและของเหลวที่ยังเหลืออยู่ในชั้นฟิล์มของหมึกพิมพ์ หลังจากที่ยังไม่แห้งจากส่วน Print zone drying ก็จะถูกทำให้ระเหยออกไปให้หมดในส่วน Curing zone drying โดยที่งามพิมพ์จะถูกเลื่อนออกไปจากส่วน Print zone ไปที่ส่วน Curing zone ซึ่งอยู่ที่ด้านหน้าของเครื่องพิมพ์

      Stacks Image 23348

      Curing zone dryer จะแบ่งออกเป็น 6 ชุด แต่ละชุด จะมีอยู่ 2 chamber รวมทั้งหมด 12 chamber โดยที่ในแต่ละ chamber จะประกอบไปด้วย พัดลม ตัวทำความร้อน ระบบควบคุมแรงดันอากาศ และตัวควบคุมอุณหภูมิ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน จำนวนของ chamber ที่ทำงานแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับหน้ากว้างของวัสดุที่ใช้พิมพ์ ถ้ามีการหยุดพิมพ์งาน ตัวทำความร้อนใน Curing zone จะทำงานในโหมด low และกำลังลมก็จะลดลงเพื่อประหยัดพลังงาน แต่ถ้าหยุดเกิน 5 นาที ตัวทำความร้อนจะถูกสั่งให้ปิดทันที

      Stacks Image 23352

      การทำงานของตัวทำความร้อนใน Curing zone ซึ่งพัดลมจะเป่าลมผ่านตัวทำความร้อน (กำลังไฟ 900W) เข้าไปในปล่อง chamber โดยที่ลมร้อนจะผ่านออกทางช่องระบายอากาศที่พ่นลมอย่างสม่ำเสมอที่ 10–20 m/s ไปที่วัสดุพิมพ์งาน ลมที่ถูกดูดผ่านพัดลมจะเป็นอากาศที่ถูกดูดมาจากภายนอกรวมกับลมร้อนที่ผ่านช่องระบายอากาศออกมา โดยจะมีอุณหภูมิระหว่าง 60–80 ํC ไม่สูญเสียความร้อนออกไปจากระบบ เป็นการประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง

      Dynamic Swath Alignment
      hp  การแก้ปัญหาเรื่อง Banding

      ปัญหาเรื่อง Banding ในงานพิมพ์อิงค์เจ็ท ไม่ว่าจะเป็นรอยเข้มหรือรอยด่าง เกิดขึ้นได้จากแถบที่พิมพ์จากหัวพิมพ์ในแต่ละแถบ ถ้าเป็นรอยเข้มหมายถึง แถบที่พิมพ์ทับซ้อนกันจึงเกิดเป็นรอยสีเข้มกว่าปกติ ถ้าเป็นรอยด่างหรือเส้นสีขาวหมายถึง แถบที่พิมพ์ห่างกันเกินไปจึงเกิดช่องว่างระหว่างแถบที่พิมพ์แต่ละแถบ โดยปกติแถบที่พิมพ์แต่ละแถบต้องห่างกันไม่เกิน ½ ของขนาด dot ที่พิมพ์ หรือประมาณ 10.6 um (ไมครอน) ที่ความละเอียด 1,200 dpi ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมค่านี้ให้คงที่ในเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ที่ความเร็วสูง

      แต่สำหรับเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 วิธีการที่จะป้องกันการเกิด Banding เรียกว่า DSA (Dynamic Swath Alignment) ซึ่งหมายถึง การเลือกใช้ nozzle ที่ใช้พิมพ์แต่ละแถบตามค่าที่ต้องการ โดยการรวมเอาเทคโนโลยี HP Optical Media Advance Sensor (OMAS) การวัดค่าจากวัสดุที่เลื่อนตำแหน่งแล้วปรับตำแหน่งของแถบที่พิมพ์ตามค่าที่ต้องการ โดยใช้กลัองจับภาพ pattern ของผิวด้านหลังของวัสดุพิมพ์งานเพื่อเปรียบเทียบกับภาพ pattern ในตำแหน่งถัดไปตามค่าที่สั่งให้เลื่อนตำแหน่ง แล้วปรับลด-เพิ่มการเลื่อนตำแหน่งของวัสดุพิมพ์งาน เพื่อชดเชยค่าที่ต่างกัน และระบบการเลื่อนตำแหน่งวัสดุที่แม่นยำ รวมกับการใช้ reserve nozzle ที่เผื่อไว้ด้านนอกทั้ง 2 ด้านของหัวพิมพ์ เพื่อพิมพ์ nozzle ที่ขาดหรือเกินไป โดยไม่ต้องปรับการเลื่อนตำแหน่งวัสดุ เนื่องจากวัสดุพิมพ์งานแต่ละชนิดมีความหนาและยืดตัวต่างกัน

      Stacks Image 23364
      (a) ภาพด้านข้างของหัวพิมพ์ 2 หัว (สีเดียวกัน) ซึ่งแถบที่พิมพ์จะมีจำนวน nozzle รวมกันถึง 10,080 nozzle ด้วยระบบ DSA, nozzle ที่จะใช้พิมพ์เป็นหลักเรียกว่า active nozzle (แถบสีเทาในรูป) และมี reserve nozzle (แถบสีฟ้าในรูป) ที่เผื่อเอาไว้ทั้ง 2 ด้านของแถบที่จะพิมพ์
      (b) แต่ละ nozzle จะถูกสั่งให้พ่นหมึกออกมา ซึ่ง nozzle บนสุดที่พิมพ์ (สามเหลี่ยมสีส้มในรูป) จะอยู่บนสุดของแถบที่พิมพ์ โดยที่ active nozzle (จุดสีเทาในรูป) คือ nozzle ทั้งหมดที่ถูกใช้พ่นหมึกออกมาให้เป็นแถบ และ reserve nozzle (จุดสีฟ้าในรูป) จะยังไม่ถูกใช้งาน
      (c) ในกรณีที่วัสดุเลื่อนตรงตำแหน่ง nozzle บนสุดของแถบที่พิมพ์ (แถบสีเทาในรูป) จะพิมพ์ต่อกันพอดีกับ nozzle ล่างสุดของแถบที่ถูกพิมพ์ก่อนหน้า (แถบสีส้มในรูป) โดยที่ reserve nozzle จะไม่ถูกใช้งาน
      (d) ในกรณีที่วัสดุเลื่อนตำแหน่งน้อยเกินไป ถ้าพิมพ์ออกมาจะเกิด Banding รอยเข้ม ที่เกิดจากแถบที่พิมพ์ทับกัน ระบบ DSA จะเลื่อนตำแหน่งของ active nozzle ไปทางซ้าย และใช้ reserve nozzle ทางด้านล่างพ่นหมึกแทน
      (e) ในกรณีที่วัสดุเลื่อนตำแหน่งมากเกินไป ถ้าพิมพ์ออกมาจะเกิด Banding รอยด่าง ที่เกิดจากแถบที่พิมพ์ห่างกัน ระบบ DSA จะเลื่อนตำแหน่งของ active nozzle ไปทางขวา และใช้ reserve nozzle ทางด้านบนพ่นหมึกแทน

      ด้วยการทำงานของระบบ Dynamic Swath Alignment ในเครื่องพิมพ์ HP Latex 3000 จึงมั่นใจได้ว่า งานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ Latex 3000 จะพิมพ์งานคุณภาพความละเอียดสูงได้ที่ความเร็วสูง เต็มประสิทธิภาพ และหมดปัญหาเรื่องคุณภาพงานพิมพ์โดยเฉพาะเรื่อง Banding

    2016 inkjetsociety   07.2016   
    484